Top-AsianGame-2026 Top-AsianGame-2026

เตือน! ฤดูฝนระวัง “เห็ดพิษ” ปี2569 พบป่วย 3,269 ราย ดับ 11 ราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมควบคุมโรคเตือนภัยเห็ดพิษช่วงฤดูฝน พบผู้ป่วยปี 2569 แล้ว 3,269 ราย เสียชีวิต 11 ราย ย้ำ “เห็ดไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน” และหากมีอาการให้รีบพบแพทย์

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนของทุกปีเห็ดป่าหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดีตามธรรมชาติทั้งเห็ดกินได้ และเห็ดกินไม่ได้ขึ้นปะปนกัน ด้วยลักษณะของเห็ดบางชนิดที่คล้ายคลึงกันมาก ทำให้ประชาชนอาจเก็บมาขายหรือนำมาปรุงอาหารโดยไม่ตั้งใจ จึงมักพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษเป็นประจำทุกปี

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 3,269 ราย เสียชีวิต 11 ราย อัตราตาย 0.036 ต่อประชากรแสนคน

 

เห็ดพิษ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
เห็ดพิษ

กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาเป็น กลุ่มอายุ 50 – 59 ปี และกลุ่มอายุ 40 – 49 ปี ตามลำดับ แบ่งตามเขตสุขภาพที่พบมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 10 รองลงมาเป็นเขตสุขภาพที่ 8 เขตสุขภาพที่ 9 เขตสุขภาพที่ 7 และเขตสุขภาพที่ 1 ตามลำดับ โดยภาพรวมสถานการณ์เห็ดพิษยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและกระจายไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

นายแพทย์มณเฑียร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอาการหลังได้รับพิษจากเห็ด ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงหลายชั่วโมงหลังกินเห็ดพิษ ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของสารพิษ อาการอาจมีตั้งแต่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว และในบางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ไตวาย ตับวาย จนเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติหลังกินเห็ด ควรรีบไปสถานพยาบาลใกล้บ้านให้เร็วที่สุด พร้อมแจ้งประวัติการกินเห็ด และหากเป็นไปได้ให้นำตัวอย่างเห็ดหรือภาพถ่ายเห็ดไปด้วย เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัย และรักษาได้อย่างรวดเร็ว

 ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวแนะนำประชาชนให้ยึดหลัก “เห็ดไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน” โดยหลีกเลี่ยงการเก็บและกินเห็ดป่าที่ไม่คุ้นเคย และไม่เก็บเห็ดจากบริเวณที่มีการใช้สารเคมี เนื่องจากเห็ดสามารถสะสมสารพิษหรือสารเคมีในสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนี้ ไม่ควรกินเห็ดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงไม่ควรกินเห็ดบางชนิดร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะจะกระตุ้นให้เกิดพิษได้ และเน้นย้ำว่าความเชื่อพื้นบ้านในการทดสอบเห็ดพิษ เช่น การใช้ช้อนเงินจุ่ม การต้มกับข้าวสาร หรือใช้ปูนกินหมากป้ายดอกเห็ดแล้วสังเกตการเปลี่ยนสี ไม่สามารถใช้ได้จริง อีกทั้งสารพิษในเห็ดบางชนิดไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน จึงไม่ควรใช้สี กลิ่น หรือรูปร่างของเห็ด รวมถึงวิธีทดสอบพื้นบ้าน มาเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าเห็ดชนิดใดกินได้

วิธีการป้องกันที่ดีที่สุด การหลีกเลี่ยงการเก็บและกินเห็ดป่าที่ไม่รู้จักหรือไม่สามารถยืนยันชนิดได้ ทั้งนี้ หากมีอาการสงสัยว่าได้รับพิษจากเห็ด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมนำตัวอย่างเห็ดหรือภาพถ่ายเห็ดไปให้แพทย์ประกอบการวินิจฉัย เพื่อการรักษาที่รวดเร็วและถูกต้อง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ