
นักธุรกิจยื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับเช็ค ตั๋วทรัสต์รีซีท บัญชี และข้อมูลบริษัท ระบุร้องเรียนมานานกว่า 2 ปี ล่าสุดธนาคารเริ่มประสานกลับ
นายวรพัทธ์ เล้าอารยะรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เล้าอารีย์ เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ได้ร้องขอความเป็นธรรมและขอให้ตรวจสอบการให้บริการของธนาคารแห่งหนึ่ง หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของบริษัทหลายรายการ โดยก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องต่อธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ของธนาคารดังกล่าว รวมถึงลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.บางบัวทอง และ สน.บางซื่อ พร้อมยืนยันว่าข้อสงสัยทั้งหมดต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายวรพัทธ์ระบุว่า บริษัทเปิดบัญชีกระแสรายวันที่สาขาถนนประดิพัทธ์มาตั้งแต่ประมาณปี 2558 พร้อมใช้บริการสินเชื่อวงเงินเบิกเกินบัญชีและตั๋วทรัสต์รีซีท โดยตนเป็นผู้มีอำนาจลงนามเพียงคนเดียว และระบุว่าไม่เคยมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการเกี่ยวกับสมุดเช็ค การเปิดบัญชีร่วม การต่อสัญญา หรือการส่งข้อมูลทางการเงินของบริษัทให้บุคคลภายนอก
ต่อมาพบรายการที่ต้องการให้ตรวจสอบหลายประเด็น ทั้งการสั่งซื้อและนำเช็คจำนวนมากออกใช้ ซึ่งนายวรพัทธ์ระบุว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อหรืออนุญาต รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับภาพเช็คและลายมือชื่อ โดยเจ้าตัวระบุว่าได้ชำระค่าขอสำเนาภาพเช็คจำนวน 200 ใบ รวม 40,000 บาท แต่ได้รับเอกสารประมาณ 138 ใบ จึงต้องการคำชี้แจงเกี่ยวกับเอกสารส่วนที่เหลือและค่าใช้จ่ายที่ชำระไป
นอกจากนี้ นายวรพัทธ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงรายละเอียดบางส่วนบนภาพเช็ค เช่น จุดที่ปรากฏในตำแหน่งคล้ายกันหลายฉบับ ลักษณะของช่องวันที่ และรหัสบางรายการที่ปรากฏบนเอกสาร ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าได้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบางแห่งแล้ว และได้รับข้อมูลที่ไม่ตรงกับรายละเอียดที่ปรากฏ จึงขอให้มีการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
อีกประเด็นเป็นเรื่องตั๋วทรัสต์รีซีทและเอกสารขยายระยะเวลาหลายฉบับ ซึ่งนายวรพัทธ์ระบุว่ามีลายมือชื่อที่ตนไม่ยืนยันว่าเป็นลายมือชื่อของตน รวมถึงตราประทับบางรายการที่เห็นว่าแตกต่างจากตราประทับอย่างเป็นทางการของบริษัท ขณะเดียวกันยังขอให้ตรวจสอบวิธีคำนวณดอกเบี้ยของตั๋วทรัสต์รีซีท หลังพบยอดในแต่ละงวดที่เจ้าตัวเห็นว่ามีความผิดปกติ
นายวรพัทธ์ยังระบุว่า พบชื่อของตนเกี่ยวข้องกับบัญชีออมทรัพย์ที่สาขาสีคิ้ว ซึ่งเปิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2552 ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยดำเนินการเปิดบัญชีดังกล่าว และได้ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมแล้ว แต่ยังต้องการคำชี้แจงที่ชัดเจน
ส่วนบัตรเครดิตส่วนบุคคลที่ใช้บริการกับธนาคารแห่งเดียวกัน นายวรพัทธ์ระบุว่าถูกยกเลิกโดยไม่ได้รับแจ้งเหตุผลล่วงหน้า ส่งผลกระทบต่อบริการต่าง ๆ ที่ผูกชำระผ่านบัตร แม้จะติดต่อศูนย์บริการลูกค้าหลายครั้ง แต่ระบุว่ายังไม่ได้รับคำตอบในประเด็นดังกล่าว
ขณะที่บัญชีกระแสรายวันของบริษัท นายวรพัทธ์กล่าวว่า เมื่อเดินทางไปยังสาขาถนนประดิพัทธ์เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ได้รับทราบว่าบัญชีถูกปิดไปตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 โดยเจ้าตัวระบุว่าไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งล่วงหน้า จึงต้องการทราบเหตุผลและขั้นตอนการดำเนินการ เนื่องจากข้อมูลในบัญชีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเช็คและตั๋วทรัสต์รีซีทที่ผ่านมา
นอกจากนี้ นายวรพัทธ์อ้างว่า จากการตรวจสอบอีเมลของบริษัทพบการส่งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของบริษัทไปยังบุคคลอื่นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 โดยระบุว่าตนและบริษัทไม่เคยให้ความยินยอม จึงต้องการให้ธนาคารตรวจสอบว่า การส่งข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และหลักเกณฑ์คุ้มครองข้อมูลหรือไม่
นายวรพัทธ์กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ได้ติดต่อธนาคารผ่านหลายช่องทาง ทั้งอีเมลและศูนย์บริการลูกค้า แต่เห็นว่าการติดตามเรื่องยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ก่อนจะได้รับการประสานกลับจากธนาคารในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นายวรพัทธ์ขอให้ธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเอกสารและธุรกรรมทั้งหมด พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเจ้าตัวระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและชื่อเสียงของบริษัท