5 อาหารบำรุงต่อมลูกหมาก ลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระสำหรับผู้ชาย

5 อาหารบำรุงต่อมลูกหมาก ลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระสำหรับผู้ชาย

5 อาหารบำรุงต่อมลูกหมาก ลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระสำหรับผู้ชาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

5 อาหารบำรุงต่อมลูกหมาก ลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ดูแลระบบที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนสำหรับผู้ชาย 

ผู้ชายควรดูแลสุขภาพ ต่อมลูกหมาก เป็นประจำ ไม่ควรรอจนเริ่มมีอาการผิดปกติแล้วจึงหันมาใส่ใจ แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ จวงเฟิงปิน ระบุว่า อาหารในชีวิตประจำวันมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพต่อมลูกหมาก พร้อมแนะนำอาหาร 5 กลุ่มที่มีส่วนช่วยดูแลต่อมลูกหมาก ได้แก่ มะเขือเทศและแตงโมแดงที่อุดมด้วยไลโคปีน รวมถึงอาหารที่มีสารพฤกษเคมีต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักใบเขียวเข้มและผักตระกูลกะหล่ำ

จวงเฟิงปินระบุผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า การดูแลต่อมลูกหมากไม่ควรรอจนมีอาการอย่าง ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะตอนกลางคืน หรือลำบากในการปัสสาวะ จึงค่อยให้ความสำคัญ นอกจากปรับเรื่องอาหารแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีส่วนสำคัญ ควรลดการรับประทานอาหารไขมันสูง เช่น ของทอดและเนื้อแดงติดมัน รวมถึงอาหารรสเผ็ดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารให้สมดุล และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อดูแลสุขภาพโดยรวมในระยะยาว

5 อาหารที่ช่วยดูแลต่อมลูกหมาก

1. ไลโคปีน (Lycopene)

ไลโคปีนมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระและมีการศึกษาถึงความเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ โดยแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีไลโคปีนผ่านความร้อน เนื่องจากการปรุงสุกอาจช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้น อาหารที่เป็นแหล่งของไลโคปีน ได้แก่ มะเขือเทศ แตงโมเนื้อแดง และฝรั่งเนื้อแดง

2. สังกะสี (Zinc)

ฟักทองและเมล็ดฟักทอง เป็นแหล่งของสังกะสี ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญต่อการทำงานตามปกติของร่างกาย รวมถึงมีบทบาทต่อการทำงานของต่อมลูกหมากและระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชาย โดยเมล็ดฟักทอง 100 กรัม มีสังกะสีประมาณ 9.4 มิลลิกรัม สำหรับผู้ที่ไม่รับประทานอาหารทะเลหรือเนื้อแดง เมล็ดฟักทองจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรับสังกะสีจากอาหาร

3. สารพฤกษเคมีต้านอนุมูลอิสระ

ผักใบเขียวเข้มและผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอกโคลี ผักโขม และกะหล่ำปลี มีวิตามินซี โฟเลต และสารพฤกษเคมีที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกาย และเป็นส่วนหนึ่งของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพโดยรวม

4. ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง (Soy Isoflavones)

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง และถั่วแระญี่ปุ่น มีสารไอโซฟลาโวน ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชที่มีโครงสร้างบางส่วนคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน และมีการศึกษาถึงบทบาทต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงความเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าการรับประทานถั่วเหลืองสามารถปรับหรือรักษาระดับฮอร์โมนได้โดยตรง

5. กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3)

ปลา เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ และมีความสำคัญต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงสุขภาพโดยรวม ตัวอย่างปลาที่มีโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า และปลาซาร์ดีน

ดูแลต่อมลูกหมาก ไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร

แม้อาหารจะเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ แต่ไม่ควรมองว่าอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งสามารถป้องกันหรือรักษาโรคของต่อมลูกหมากได้โดยตรง การดูแลสุขภาพโดยรวม ทั้งการออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้หลากหลาย ควบคุมน้ำหนัก พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง ล้วนมีความสำคัญ

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปัสสาวะไหลช้า ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะลำบาก หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายภาวะ ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคต่อมลูกหมากเสมอไป

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล